fail ในอารมณ์
posted on 20 Dec 2009 11:01 by erkerkให้ตายสิครับ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยหละครับที่ผมรู้สึกแย่แบบนี้ ...อย่างน้อยๆก็ 4 ปี
- งานเยอะแบบไม่ให้ตั้งตัว รายงาน สัมมนา เปเปอร์ อะไรจะมากมายขนาดนั้นคร้าบบ
- ไม่นับโปรเจคปีสี่ที่โหดร้าย ขนาดผ่านไปจะหมดครึ่งเทอมสอง งานยังไม่ถึงครึ่ง จะจบมั้ย...
- สอบ !!!
--------------------------------------------------------
พักเรื่องเหล่านั้นไว้ แล้วมาเข้าเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิต จขบ. ดีกว่าครับ ใครงงๆ ก็แนะนำเอนทรี่เก่าก่อนนะครับ
(คิดบวก)เสียดวงตาไปหนึ่งข้าง เราก็ยังมีอีกข้างนะ !
จะได้ไม่สงสัยนะครับ ว่าไอ้นี่มาเขียนอะไรให้ตูอ่านฟะ
...จริงอยู่นะครับ ว่าผมเคยพูดไว้หลายรอบแล้ว ว่าผมไม่เป็นไีร ผมมองเห็นแค่ครึ่งเดียวไม่ใช่ปัญหา ผมใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุขแบบที่คนอื่นเป็น...
แต่ตอนนี้เหมือนผมจะเจอปัญหาเข้าซะแล้ว และชักไม่แน่ใจว่าการคิดบวกจะช่วยอะไรผม
การขับรถ
- อย่าว่าแต่ใบขับขี่เลยครับ ว่าผมจะสอบได้หรือไม่ เพราะหลังจากที่ได้กลับไปขับรถอีกครั้ง ผมพบว่าผมลำบากมากครับ คนอื่นขับรถแค่ชำเลือง ผมต้องหันหน้าไปมา ไม่นับเรื่องอุบัติเหตุ ก็เมื่อยสุดๆ...
- ช่วงแรกผมไม่พบว่ามันเป็นปัญหาอะไรนะครับ คงเพราะไม่ได้ขับจริงจัง แต่หลังจากขับในถนนที่รถเยอะแบบนี้ ผมมีความรู้สึกเหมือนกำลังทำอะไรที่ action สุดๆเลยหละครับ
- ถ้าเมืองไทยเป็นรถขับซ้ายหมด สาบานว่าผมจะไม่ขับรถเด็ดขาดครับ ผมไม่สามารถมองกระจกข้างทางขวาได้แน่นอน
สังคม
- ที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยแคร์เรื่องนี้เท่าไรครับ ตาเราเป็นแบบนี้ มองหน้าใครเค้าก็หาว่าไม่มอง
- แต่ช่วงที่ผ่านมา มีคนทักผมเรื่องนี้บ่อยขึ้นครับ ผู้ใหญ่เค้าก็บอกเราว่า ต่อไปต้องทำงาน คุยกับใคร eye contact ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ...
- ตามันเหล่ขึ้น หรือหลุดจากตำแหน่งเดิมไปมากหรือไง ผมก็ไม่เคยเทียบนะครับ รักษาตาเหล่ยังไงผมไม่รู้เหมือนกัน
- อาจจะเป็นความผิดของผมเองรึเปล่าก็ไม่ทราบได้นะครับ ตั้งแต่ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นอาการนี้ ผมไม่เคยบอกใครนะครับ คนรู้เรื่องมีแค่ พ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่สามสี่ท่าน ครูสองคน คนรู้ใจเราอีกสองคน แม้แต่เพื่อนสนิทในกลุ่มผมยังไม่ได้บอกเลยครับ คนเลยไม่รู้ว่าเราเป็นแบบนี้ มองหน้าก็หาว่าไม่มอง
- เรื่องนี้ผมจนปัญญาจริงๆครับ ต้องไปผ่าตัด หรือบอกทุกคน ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะแก้ปัญหาได้ดีกว่ากัน
บันเทิง
อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ ขำๆไม่ซีเรียส
- อย่างที่ได้อธิบายในเอนทรี่ก่อนๆนะครับ ว่าผมสูญเสียความสามารถในการมองแบบสามมิติไป หนังสามมิติ ไอแมกซ์ จึงเป็นอะไรที่ผมมิอาจเอื้อมด้วยประการทั้งปวง
- ผมเป็นคนชอบดูหนังมากเลยครับ อย่างน้อยผมว่าก็รู้เรื่องพอตัว หนังฟอร์มใหญ่ๆในโรง ผมไม่ค่อยพลาดหรอกครับ
- คิดตลอดว่า 3D ดูไม่ได้ช่างมัน ดูธรรมดาก็ได้นิหว่าไม่ลำบากอะไร ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลงหรอก- แต่หลังจาก AVATAR ความคิดเหล่านั้นของผมกระเจิงทันทีครับ ความรู้สึกแบบ "ขาวดำ - สี" ใช้ได้กับเรื่องนี้เลย มันเหมือนเป็นอะไรที่กระชากความรู้สึกหนะครับ ยิ่งกระแส 3D เรื่องนี้แรงมากครับ ว่าต้องดูให้ได้ เรื่องนี้ทำมาเพื่อสิ่งนี้
- เพื่อนผมที่ไปดูด้วยกัน ก็ชวนไปดูอีกรอบครับ...แบบ 3D...
FAIL ในอารมณ์จริงๆครับ
(รักษาสุขภาพนะครับ วันนี้มาบ่น แบบว่าบางทีก็บ่นบ้าง)
edit @ 20 Dec 2009 11:10:42 by erkerk